[SF] Yellow umbrella with little duck sing
posted on 14 Jul 2009 21:10 by chan-shinwon in FICTIONNAME : [SF] Yellow umbrella with little duck sing
COUPLE : CHANGMIN X ONEW
WRITHER : CHAN_SHINWON
RATE : PG - 13
TALK : ช๊อตฟิคชางอน คู่เลิฟของเค้า อ๊า........(คู่ที่ไม่มีใครจิ้น 555) จะบอกไว้ก่อนว่าเพราะฝนตกถึงได้แต่งโฮกกก คิดถึงชางมินพอๆกับคิดถึงหญิงอน
อ๊อ......บอกไว้ก่อนนะคะว่าที่นี่ YAOI ถ้าใครไม่ชอบก็ปิดไป
และ++++นี่ฟิคชางมินดงบังชินกิ กับ อนยูชายนี่นะคะ ชายรักชายด้วย ถ้าไม่ชอบคู่นี้หรือไม่คิดจะลองอ่าน อย่าอ่านเลยค่ะ ปิดได้เลย อย่าล่ากันเลยนะคะ
แต่ถ้าคุณอยากลอง ก็เลื่อนลงไปอ่านเลยค่ะ 555
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“อ๊ะ......ฝนตก”
สายฝนสีครามสาดเทลงมาจากฟากฟ้า หยดน้ำเม็ดโตร่วงหล่นปะทะผิวกายเย็นเฉียบของร่างบางในชุดนักศึกษา เสียงฟ้าฝ่าฟ้าร้องดังครืนไปทั่วทุกพื้นที่ ยิ่งทำให้คนขวัญอ่อนกลัวมากขึ้นไปใหญ่ ริมฝีปากแดงเริ่มช้ำม่วงเพราะความทารุณของสภาพอากาศในช่วงหน้าฝนของกรุงโซล มือบางขยับเสื้อสูทสีเทาตัวนอกให้แนบกาย พร้อมพยายามก้าวขาเรียวยาวให้กระชั้นมากขึ้น
.................หวังเพียงแต่ว่าจะหลุดพ้นความหนาวเหน็บนี้ไปเสียที
ยามเย็นของถนนสายคังนัมที่มักจะมีผู้คนพลุกพล่านอยู่เสมอ กลับเงียบเหงาไปเพราะเจ้าน้ำเย็นๆที่หล่นลงมาจากฟ้าแท้ๆ นึกโทษเจ้าฝนตัวดีที่ทำให้การเดินทางของเขามันแย่ลงกว่าเดิมจากที่เคยเป็นอยู่ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร้านรวงที่ปิดประตูก่อนเวลา ไม่มีโอกาสได้พักหลบฝนที่ไหนเลยซักนิด
“เจ้าฝนเกเร”
เจ้าของกลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลอ่อนตัวทรงกะลาพึมพำออกมาเบาๆพร้อมทำหน้ายู่ เหมือนกับว่าน้ำใสๆที่ไหลลู่ลงกับหน้าเนียนของเขาจะฟังรู้เรื่องอย่างนั้นแหละ ขยับมืดปาดน้ำออกจากหน้าตัวความรำคาญเล็กน้อย ร่างบางรู้สึกได้ว่าตัวของตนนั้นเหนียวเหนอะหนะไปหมด น้ำทำให้เสื้อชื้นแฉะจนแนบตัว เขาเลยเดินไม่ค่อยถนัดนัก
รู้ตัวอีกทีเขาก็เดินจ้ำอ้าวมาถึงหน้าบริษัทเอสเอ็มทาวน์เอนเตอร์เทนเมนต์เสียแล้ว คนตัวบางรีบวิ่งเข้าไปในบริษัทเพื่อเขาจะได้เลิกเล่นน้ำฝนเสียที ถอนหายใจเฮือกออกมาอย่างโล่งอกแล้วยิ้มออกมาบางๆ
กำลังจะเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องซ้อมแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่มหลายคันถูกวางเรียงตากไว้เพื่อให้สะเด็ดน้ำ
เหลือบมองไล่ไปทีละคันแล้วก็ต้องเบ้หน้า เมื่อเห็นร่มสีเหลืองลายเป็ดร้องเพลงนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้นตรงแถวๆกระถางต้นไม้ นึกโกรธเข้าไปใหญ่เมื่อนึกถึงหน้าของเจ้าของร่มลายปัญญาอ่อนนั่น
....................ทั้งๆที่ความจริงตัวเขาเป็นคนซื้อมาฝากแท้ๆ...................
....................แต่เจ้าตัวคนได้รับฝากกลับหยิบยื่นให้คนอื่นยืมอย่างไม่ไว้หน้าเขาซักนิด................
ภาพของรุ่นน้องร่วมวงร่างสูงชะลูดอันเป็นเอกลักษณ์ที่เดินกางร่มขณะเดินกลับบ้านแวบเข้ามาในหัว มินโฮจะเดินผ่านหน้ามหาลัยของเขากลับบ้านเวลาสี่โมงเย็นเสมอทำไมเขาจะจำไม่ได้ เจ้าเด็กโย่งนั่นก็ทำอย่างนี้จนเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแค่วันนี้เท่านั้นที่มันแตกต่าง
ร่มสีเหลืองสดที่อยู่ในมือมินโฮ........คือร่มแสนรักที่เขาเก็บเงินซื้อให้ใครคนนึงกับมือ ใครคนนั้นที่เขากำชับเสมอว่าอย่าให้ใครยืมร่ม กำชับให้พกติดตัวอยู่ตลอดเวลา..........
และเขาก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมร่มคันนี้ มันถึงได้มาอยู่ในมือของมินโฮได้
อาจเป็นเพราะเขาคนนั้นเป็นรุ่นพี่คนสนิทของเจ้าเด็กโย่ง เลยดูใกล้ชิดกันมากกว่าคนอื่น
แต่แล้วเขาเป็นใคร!!!.........’ลี จินกี’ คนนี้เป็นถึงคนรักเชียวนะ.......
................ทำไมไม่ฟังกันบ้าง
“เราอุตส่าห์บอกว่าไม่ให้คนอื่นยืม แล้วทำไมมันถึงได้ไปอยู่ในมือมินโฮได้หล่ะเจ้าเป็ดต๊อง”เบะปากพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่มันไหลมารวมกับหยาดน้ำฝนบนใบหน้าด้วยความน้อยใจ
เขารู้ว่าคนรักของเขาไม่ใช่คนใจแคบ เขาก็ไม่ใช่คนใจแคบเหมือนกัน หลายคนอาจคิดว่าแค่ร่มคันเดียวมันจะอะไรกันนักกันหนา แต่นั่นแหละที่สำคัญ.........เขารู้ว่าคนรักของเขาหน่ะห่วงสุขภาพหยั่งกับอะไรดี พกร่มทีไม่ต่ำกว่าสามคันแน่นอน
แล้วถ้าคนจะยืม.......ทำไมถึงไม่ให้คันอื่นไปหล่ะ
“เป็ดบ้า.....เจอหน้าพ่อจะจับถอนขนไม่ให้เหลือเลยคอยดู ฮือ.....”พุดแล้วก็เดินโซซัดโซเซตรงเข้าไปทางห้องซ้อมพิเศษของชายนี่เหมือนคนไร้วิญญาณ
ครืด...........
มือบางเลื่อนประตูห้องแล้วแทรกกายเข้าไปในห้องซ้อมพร้อมกับถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่เมื่อเห็นสภาพของคนในห้อง
“อ้าวพี่อนยู มาสายนะเนี่ย...รู้ป่าวว่าเค้าซ้อมจบไปตั้งสามรอบแล้ว”จงฮยอนที่นอนแผ่พุงอยู่กลางร้องร้องทักลีดเดอร์อย่างอารามณ์ดี ซากถุงเท้าชื้นน้ำยังกองอยู่กับร้องเท้าผ้าใบเคลือบโคลนตรงข้างห้อง ที่พากันส่งกลิ่นโชยไปแตะจมูกของคนที่เข้ามาใหม่
...............ไม่บอกก็รู้ว่าคงซ้อมหนักจริงๆ กลิ่นนี่หยั่งกับหมาตายทั้งตัว..................
“พี่จงฮยอนอุบาด เอารองเท้าไปตากข้างนอกเลยไป คีย์สุดหล่อคนนี้ทนไม่ไหวแล้วนะเฟ้ย”ตามมาด้วยเสียงของร่างโปร่งที่นั่งอุดจมูกอยู่มุมห้อง คีย์เลื่อนตัวถอยห่างจากจงฮยอนที่กลิ้งเข้าไปหาอย่างรังเกียจ แต่อีกคนกลับไม่ใส่ใจแถมยังหัวเราะร่าต่อไป
“....อา......อย่าเสียงดังกันสิครับผมไม่ได้ยินเสียงการ์ตูนเลยนะ”จินกีหันหน้าไปดูน้องเล็กของวงที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่หน้าทีวี ภาพของการ์ตูนในตำนานอย่างเจ้าชายกบกำลังฉายตอนที่เจ้าหญิงจูบเจ้ากบด้วยสีหน้าไม่ดีนัก แทมินบิดตัวเขินไปกับฉากเลิฟซีนตรงหน้า ก่อนจะเอามือเล็กๆเอื้อมมาปิดแก้มแดงๆของตนเอง
“โรแมนติกจังเลย.....”
...............ห๊ะ.................โรแมนติก!!!
เห็นอยู่ชัดๆว่าเจ้าหญิงมันรังเกียจจะตาย นี่เรียกโรแมนติกเหรอแทมิ๊นนน.........
“แทมินอา.......เดี๋ยวพี่จงฮยอนคนนี้จะเป็นเจ้าชายให้แทมินเองดีมั้ยหล่ะ....”เจ้าคนตัวเตี้ยเอ่ยขึ้นด้วยเสียงยานคางแถมกระดึ๊บท่าหนอเข้ามาหาน้องคนเล็กด้วยท่าทีน่าหมั่นไส้สุดๆในสายตาจินกี
“เจ้าชายปากห้อยหน่ะเหรอพี่จงฮยอน”
“ไม่ใช่......”จงฮยอนปฏิเสธแล้วล้มตัวลงนอนเกยตักน้องอย่างเนียนๆ
“เจ้าชายจมูกบานใช่มั้ยฮะ”ทางนี้ก็หลอกด่าพี่ชายได้อย่างเนียนๆเช่นกัน
“.....ก็ยังไม่ใช่นะแทมิน”
“อ๊ะๆ.....นี่แน่ๆเลย”เจ้าเห็ดน้อยที่นั่งนึกอยู่นานกระดี้กระด้าขึ้นมาทันทีที่นึกขึ้นได้
“เจ้าชาย.....เจ้าชายที่ตัวเตี้ยกว่าเจ้าหญิงใช่มั้ยหล่ะ”
.............ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย..........
แม้จงฮยอนจะไม่ได้ร้องออกมาอย่างนั้นแต่จินกีก็ดาได้ดีจากสีหน้าช๊อกโลกแตกของน้องชายคนรอง เจ้าชายตัวเตี้ยดิ้นไปดิ้นมาอย่างไม่ค่อยพอใจในคำตอบนัก แต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรออกไป จินกียิ้มอย่างขำๆ แล้วก็เริ่มสำรวจสมาชิกอีกครั้ง
สามคน...........
นับยังไงก็ได้แต่สามคน...........
ถึงรวมตัวเขาด้วยก็สี่
“คีย์......มินโฮไปไหน”
เอ่ยเรียกชื่อของคนที่ไม่อยากเจอหน้าซักเท่าไหร่ออกมาด้วยความยากลำบาก เขารู้ว่าความจริงแล้วมินโฮไม่ผิดเลยซักนิดที่ใช้ร่มคันนั้น แต่มันก็นึกกลัวไม่ได้ว่าซักวันมินโฮอาจจะได้อะไรนอกเหนือจากร่มไปจากคนรักของเขา
‘หือ พี่กับมินโฮ’เสียงทุ้มของร่างสูงนี่นอนเล่นอยู่บนเตียงเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย คำถามจากร่างบางที่ตอนนี้นอนหนุนแขนของเขาอยู่เรียกให้นึกขบขันไม่ใช่น้อย
‘ใช่ฮะ.....พี่กับมินโฮหน่ะ คิดอะไรกันลับหลังผมหรือเปล่า’พูดพร้อมกับใช้มือตีพุงคนข้างๆเล่นด้วยความงอนนิดๆ แต่นั่นกลับทำให้ร่างสูงหัวเราะร่า
‘โถ.....พี่น้องกันครับคนดี.....กลัวอะไรอยู่เนี่ยฮึ’เกลี่ยปอยผมที่ปิดบังหน้าผากมนของคนตรงหน้าให้พ้นทาง ก่อนที่ใบหน้าคมจะก้อมลงมาประทับริมฝีปากแผ่วเบาแทน
‘พี่รักจินกีคนเดียว....เชื่อพี่เถอะนะ’
“...ยู....อนยู......พี่อนยู!!!”
“ห๊ะ....ห่ะ อะไรคีย์”ร่างบางสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากรุ่นน้อง คีย์ทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นพี่ชายที่แสนดีของเขาเหม่อขนาดนั้น เรียกเป็นสิบรอบแล้วสติเต้าหู้ถึงได้พื้นคืน แล้วสีหน้าเจ็บปวดนั่นมันอะไรกัน.......พี่อนยูเป็นอะไรเนี่ย
“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าหรอก...เปล่า......ว่าแต่มินโฮหล่ะ”รีบปฏิเสธเป็นพัลวันแล้วถามซ้ำอย่างเดิมอีกรอบ คีย์กลอกตาไปมา ......ได้ข่าวว่าเมื่อกี้ก็บอกไปแล้ว แต่มัวเหม่ออยู่เอง
“มินโฮไปหาพวกพี่ๆดงบังที่ห้องซ้อม ได้ข่าวว่าพี่ชางมินเรียกไปเพราะมีเรื่องอะไรซักอย่างนี่แหละ”
.........................ได้ข่าวว่าพี่ชางมินเรียกไปเพราะมีเรื่องอะไรซักอย่างนี่แหละ...................
เสียงคีย์ดังสะท้อนอยู่ในหัว น้ำตาของอนยูเริ่มรื้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดว่าพี่ชางมินจะเรียกมินโฮจะไปทำอะไรที่นั่น นอกจากไปนั่งคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างที่เคยทำเป็นประจำ
มินโฮเป็นคนดี......เขารู้
แต่นึกยังไงก็ไม่อาจจะทนได้.................ก็ในเมื่อ
พี่ชางมินเป็นคนรักของเขาแท้ๆ
“พอพี่เขาเรียกปุ๊บไอ้บ้านั่นก็วิ่งไปปั๊บเลย น่าหมั่นไส้จริงๆ”ร่างโปร่งก็ยังคงพูดต่อไปโดยไม่ได้ทันสังเกตุคนตรงหน้าที่น้ำตาคลอหน่วยแล้ว
....................เจ็บ.......................
เขารอพี่ชางมินกลับจากญี่ปุ่นตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ร้องไห้เพราะคิดถึงไปตั้งหลายครั้ง......รอวันนี้เพื่อจะได้เจอหน้ากับคนที่เขารัก
..................เรื่องให้ยืมร่มยังไม่ทันหาย..............
..................พี่ยังอยากเห็นหน้าเขาก่อนผมอีกเหรอ.................
“....ฮึก.......บ้า........คนบ้า.......”
“อะไรนะพี่อนยู.......เฮ้ย...พี่อนยู!!!”รุ่นน้องร่วมวงร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นหัวหน้าวงของตัวเองทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่า ร่างบอบบางสะอื้นเสียตัวโยน
.....................เสียใจ.....................
.....................ทำไมพี่ถึงไม่สนใจความรักของผมบ้างเลย......................
เมื่อเห็นลีดเดอร์ตัวเล็กยังร้องไห้ต่อไปโดยไม่สนใจคนอื่นในห้องแล้ว จงฮยอนที่ทำตัวไร้สาระมานานก็ลุกขึ้นเดินมาลูบหัวคนใจเสียแผ่วเบา......เขาไม่อยากจะพูดอะไรออกมา......เพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าร้องไห้ด้วยเรื่องอะไร
แต่ไม่บ่อยครั้งนักหรอกนะ ที่อนยูจะร้องไห้ออกมาอย่างหนักขนาดนี้
“...พ.....พี่อนยู...ฮึก.....พี่อนยูอย่าร้องไห้สิฮะ....ฮือ”เจ้าน้องเล็กเมื่อเห็นพี่ใหญ่เสียใจขนาดนั้นก็เริ่มร้องออกมาเช่นกัน บนเวทีที่เห็นน้องไม่ร้องไห้.......คุณไม่รู้หรอกว่าน้องต้องสะกดมันไว้แค่ไหน
เขาอยากจะโตไวๆ....อยากช่วยให้พี่คนโตอย่างอนยูไม่เหนื่อย
เขาพยายามทำทุกอย่างแล้ว............แต่ทำไมพี่อนยู ถึงได้ร้องไห้อีกหล่ะ
ระหว่างที่ทั้งสี่คนกำลังตกอยู่ในอารมณ์เศร้าหมอง ประตูบานเดิมที่ร่างบางเคยเดินเข้ามากลับถูกเปิดออกด้วยฝีมือของคนที่ถามหากันอยู่เมื่อกี้
“ฮ่ะๆ.......พี่ชางมินอย่าเล่นอย่างนี้..สิ.....ฮ๊ะ!!!! พี่อนยู เป็นอะไร”คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เมื่อเห็นสภาพของหัวหน้าวงเป็นแบบนั้นแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
จินกีเงยขึ้นมองน้องเพียงชั่วครู่ก็รีบก้มหน้าหนี.........พี่ขอโทษนะมินโฮ........พี่ไม่ได้โกรธนาย...........แต่พี่ไม่อยากจะเห็นหน้านายในตอนนี้จริงๆนะ
“จินกี........จินกีของพี่เป็นอะไรไปครับ....หือ”ตัวการของการร้องไห้ถามเสียงนุ่มโดยไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่เลยซักนิด น้องเล็กของวงดงบังชินกิย่อตัวลงมานั่งข้างๆคนตัวบางแล้วเอื้อมมือไปลูบแก้มเนียนใสที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเบาๆ แต่กลับถูกสะบัดออกมาอย่างไม่ไยดี
....................เป็นอะไร......ผมเป็นอะไรพี่ไม่รู้จริงๆเหรอ.................
“......จินกี......อย่าดื้อสิคนดี”
“ฮึก......เพราะผมมันดื้อ......พี่เลยดื้อ..ฮึก....ดื้อกับผมบ้างใช่มั้ย”เอ่ยประโยคที่ทำให้คนรักขมวดคิ้วมุ่น ชางมินพินิจมองใบหน้าของอนยูด้วยความสงสาร ตาใสที่เลยวาววับเหมือนคนไฮเปอร์อยู่ตลอดเวลาตอนนี้กลับแดงช้ำ พอๆกับจมูกรั้นที่แดงขึ้นเพราะความแสบในโพรงจมูก
“ดื้อ....พี่ดื้ออะไรเหรอครับ....หือ....?”
“ร่มคันนั้น...ฮึก....ผมบอกแล้วไง....ว่าไม่ให้...ฮึก...ไม่ให้ใครยืม!”โพล่งออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ จินกีเงยหน้าที่มีแต่น้ำตาเกาะพราวขึ้นมามองชางมินอย่างตัดพ้อ ปากบางที่เคยแดงตอนนี้ซีดช้ำไปหมดเพราะความหนาว
หนาวทั้งกาย.....และใจ
“.....จ...จินกี....พี่.....”ไม่รอให้ตัวเองได้พุดอะไรมากกว่านี้ ชางมินตะปบหมับเข้าไปที่ข้อมือของร่างบางทันทีก่อนที่จะก้าวฉับๆลากอีกคนออกไป ทั้งๆจินกีไม่ได้เต็มใจเลยซักนิด ทิ้งไว้เพียงความงุนงงของคนทั้งสาม และ คนที่ยืนนิ่งสนิทหน้าซีด เพราะรู้ว่าเรื่องมันเกิดจากอะไร......จากใครด้วย
คีย์เบนสายตาจากประตูที่เปิดกว้าง แล้วเหล่ไปทางรุ่นน้องร่วมวงอีกคนที่ยืนนิ่งเป็นอนุสาวรีย์ด้วยสายตาคาดคั้น
“.....สองคนนั้นเขาเป็นอะไรของเขารู้มั้ยมินโฮ......”
“ปล่อยผมนะเป็ดบ๊อง เป็ดบ้องตื้น!!!!”
ร่างเล็กก้าวถอยหลังไปก็สะบัดข้อมือที่ถูกจับไว้ไป มืออีกข้างก็เอื้อมไปเกาะเสาเหล็กที่อยู่กลางห้องโถงชั้นล่าง รั้งตัวเองเอาไว้ไม่ให้ถูกฉุดไปเพราะแรงของร่างสูงที่ตอนนี้กำลังมองซ้ายมองขวาว่ามีคนเห็นหรือเปล่า
“...จินกี....ใจเย็นน่า”
“ใจเย็นเหรอ.....ได้......อยากจะพูดอะไรก็พูดมาเลยชิมชางมิน!!!”
.................บอกเหตุผลผมมาซิว่าทำไมถึงได้ทำตัวนิสัยไม่ดีแบบนั้นห๊ะ!!!..................
ชางมินทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้าเริ่มมีน้ำโหขึ้นมา.......จินกีไม่ใช่คนที่จะโกรธใครง่ายๆ......แต่ถ้าโกรธแล้วก็ลุยดะไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว
“คือพี่.....เอางี้ เรื่องร่มก่อนแล้วกัน”
“ไม่พูดเรื่องร่มแล้วจะพูดเรื่องไหนห๊ะ ก็ผมโกรธพี่เรื่องนี้นี่แหละ บอกแล้วกี่ครั้งว่าไม่ให้ใครยืม ทำไมไม่ฟังที่ผมขอร้องบ้างเล....อื้อ!!!”
มือบางทุบแผ่นอกของคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจเมื่อเสียงของเขาถูกสะกดกลั้นเอาไว้ด้วยริมฝีปากของอีกคน ชางมินจัดการคนขี้หึงด้วยวิธีของเขา.....วิธีปลอบโยนจิตใจอันแสนหวานที่ใช้กี่ครั้งก็ได้ผล
ริมฝีปากหนากดไล่ลงไปตามริมฝีปากอ่อนนุ่มของร่างบาง ละเลียดเข้าไปในโพรงปากหอมหวานที่นานนักจากที่ได้ลิ้มลองครั้งสุดท้าย กว่าอาทิตย์ที่เขาจากไปทำงานที่ญี่ปุ่น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคิดถึงคนตัวเล็กในอ้อมกอดนี่ขนาดไหน
กี่วันแล้วที่ไม่ได้กอด......ไม่ได้บอกรักอย่างที่เคยทำ
ลิ้นอุ่นชื้นยังคงเกี่ยวกระหวัดตอบรับกันอยู่ในโพรงปากร้อน สัมผัสวาบหวิวชวนให้เคลิบเคลิ้มจนจินกีด้วยเอื้อมมือไปโอบรอบคอคนตัวสูงกว่าอย่างหาที่พึ่งพิง เรียวขายาวเริ่มหมดแรงที่จะยืนเพราะพลังกายถูกชางมินสูบไปจนแทบหมด กายบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงมือหนาที่ลูบไล้อยู่บนแผ่นหลังของเขา
“......แฮ่ก.......อื้อ......”ถอนจูบออกมาแล้วประทับซ้ำแรงๆไปอีกหนึ่งครั้ง จินกีหันหน้าหนีทันทีที่ชางมินปล่อยให้เป็นอิสระ แต่ร่างของเขาก็ยังคงถูกกอดอยู่โดยคนตรงหน้า
.......ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ามันอบอุ่นแค่ไหน
“.......พี่ขอโทษ.......”
“....เรื่อง....เรื่องอะไร”
“พี่ไม่ได้ตั้งใจให้มินโฮยืมร่มหรอกนะ”เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆที่กกหู แล้วผละไปสูดเอากลิ่มหอมจากกลุ่มผมนุ่มของคนที่ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอด
“แล้วร่ม มันจะไปอยู่ที่มินโฮได้ยังไง”
'พี่ชางมิน ผมมาแล้ว.......อ๊ากกกกกกกก”ร่างสูงของผมโฮที่เพิ่งเดินเข้ามาทางประตูร้องเสียงหลงเมื่อโดนมือหนาของชางมินบิดหูอย่างแรง
“ใครใช้ให้เอาร่มคันนั้นไปห๊ะ รู้มั้ยว่ามันสำคัญมากแค่ไหน!!!”ทันทีที่เขากลับมาเหยียบเกาหลีเขาก็รีบตรงมาที่บริษัทเพื่อชำระความกับรุ่นน้องตำแหน่งแรปเปอร์แห่งวงชายนี่ด้วยความร้อนใจ
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก่อนที่เขาจะบินตรงไปญี่ปุ่น เจ้ามินโฮมาหาเขาถึงที่หอพักเพื่อปรึกษาปัญหาหัวใจของมันกับใครบางคน แล้วขากลับฝนดันจะตก ไอ้น้องบ้าก็ตะโกนเรียกจากหน้าประตูบ้านถามหาร่มจากเขาที่นอนสะลึมสะลืออยู่บนโซฟาด้านใน โดยที่เขาไม่ได้มองหรอกว่ามันเอาคันไหนไป
แต่เมื่อหยิบข้าวของเตรียมออกจากบ้านแล้วนั่นแหละถึงได้พบว่า ร่มสีเหลืองลายเป็ดร้องเพลงของเขามันหายไปเสียแล้ว..............จะไปทวงมันก็ไม่ได้ไม่มีเวลา ผู้จัดการเร่งแล้ว จะโทรตามมันก็ดันปิดเครื่อง
สุดท้ายก็ต้องบินไปญี่ปุ่นทั้งๆที่ค้างคาแบบนั้น
“ก็พี่ไม่ได้บอกผมนี่ว่าคันนั้นห้ามใช้อ๊า......”
“นี่ฉันอุตส่าห์เอาไปซุกซ่อนไว้ข้างในสุดแล้วนะเว้ย แถมเขียนแปะไว้ด้วยว่า’ของชางมิน...ห้ามยุ่ง’แกยังจะกล้าแตะอีกเหรอ!!!”ตะคอกเสียงดังจนน้องนึกกลัว
....................อ๊า........ก็เค้าไม่รู้นี่หน่า.......................อยากจะพูดออกไปอย่างนั้นแต่เมื่อเห็นสายคมจากรุ่นพี่ก็รีบกลืนประโยคลงคอไปในบัดดล มินโฮกลืนน้ำลายเอื้อก......ไม่เคยเห็นพี่ชางมินดุขนาดนี้เลยซักครั้ง
“จินกี....จินกีเห็นแกใช้ร่มคันนั้นหรือเปล่า”ถามด้วยความเคร่งเครียด เพราะรู้ว่าคนรักของเขาต้องโกรธแน่ๆถ้ารู้ว่าร่มถูกคนอื่นเอาไปใช้ วันที่จินกีให้มานั่น เจ้าตัวเล็กกำชับกว่าสิบรอบเลยทีเดียวว่าคันนี้เท่านั้นที่ไม่ให้ใครใช้
“ผมไม่แน่ใจอ่ะ........คือเลิกเรียนผมก็เดินผ่านมหาลัยพี่อนยูทุกวัน แต่ไม่ได้ใช้ร่มเลยนะ”
“วันนี้ฝนตก แกได้ใช้หรือเปล่า”
“...แหะ....ใช้ครับ”
“ไอ้มินโฮ!!!”
“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ........อ่ะ อย่าหัวเราะพี่สิจินกี”ร่างสูงพูดเสียงกระเง้ากระงอดเมื่อพบว่าพอร่างบางฟังจบปุ๊บก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่อายใคร อารมณ์เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าจิ้งจกเปลี่ยนสีซะอีก
“ก็ขำนี่หน่า พี่ถึงขั้นเขียนป้ายแปะไว้เลยเหรอฮะ....”
“ก็กลัวจะมีคนหยิบไปใช้จนใครบางคนต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งนี่แหละ”กระชับกอดแน่นก่อนจะโยกตัวเบาๆให้หายคิดถึงคนตรงหน้า จินกีพึมพำว่าร้ายเบาๆ แต่ใบหน้าขาวกลับแดงซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เลยก้มลงไปซุกกับอกอุ่นของชางมินซะเลย
ทั้งสองคนกอดกันอยู่นานเท่าไหร่เจ้าตัวเองไม่ทราบ แต่คนแปดคนที่ยืนหลบอยู่มุมกำแพงกลับรู้ดีที่สุด ภาพของลีดเดอร์ชายนี่และมักเนดงบังชินกิที่กอดกันแนบแน่นซะแทบจะเป็นเนื้อเดียวไปกระตุ้นต่อมความอิจฉาของใครหลายๆคน แจจุงกัดปากเบาๆระงับอารมณ์อิจฉา
อิจฉาไอ้น้องชายที่หาแฟนได้น่ารักขนาดนั้น
ฝ่ายคนอีกห้าคนอันได้แก่ ยุนโฮ จุนซู คีย์ จงฮยอน และแทมินก็นึกโกรธนิดๆที่มีข่าวดีขนาดนี้แต่ปิดกันไม่ให้รู้มาตั้งนาน ถึงว่าหายไปด้วยกันอยู่บ่อยๆ ที่แท้ก็แอบมามีซัมติงวรองค์กันนี่เอง
มินโฮตัวต้นเหตุก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นคนสองคนเข้าใจกันได้
ส่วนยูชอนหน่ะเหรอ.........โน่น ยืนพิงกำแพงฟังไอพอดอยู่โน่น
“จินกี..........”ชางมินพูดขึ้นมาเบาๆ มือหนาลูบตัวกลมๆนั่นด้วยความเอ็นดู จินกีที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดครางฮือเล็กน้อยเป็นเชิงตอบรับ
“...ฮื้อ.....”
“พี่รักนายนะคนดีของพี่”
“ผมก็รักพี่เหมือนกัน”
ร่มสีเหลืองลายเป็ดร้องเพลงที่ถูกวางอยู่แถวๆหน้าล๊อบบี้ ร่มคันนี้ที่ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมามองว่ามันเป็นเพียงร่มลายปัญญาอ่อนของผู้ชายคนนึงที่พวกเขารู้จักกันดี
.......ชิมชางมิน
รู้ด้วยว่ามีแค่ร่มคันนี้เท่านั้นที่ใครก็แตะมันไม่ได้.....
รู้ดีเลยว่าเจ้าชายตัวสูงรักร่มลายพิลึกนี่ขนาดไหน .
.................แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าทำไม เขาถึงได้หวงมันขนาดนั้น
“คราวหลังเก็บร่มให้ดีกว่านี้หล่ะ!”
“ครับ....พี่จะรักษาสุดชีวิตเลย”
...............แล้วคุณรู้หรือยังหล่ะว่าทำไม?!?................
..............หน้าฝนแล้ว อย่าลืมพกร่มกันนะครับ!..............
THE END
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ชอบไม่ชอบเนื้อหาของฟิคยังไงติชมได้นะค๊าบบบบ
แต่เรื่องคู่อย่าติเลยนะ ขอร้องค่ะ 555
ถ้ามีคนชอบ
จะแต่งมาเซ่น บ่อยๆแล้วกันน๊า
edit @ 14 Jul 2009 22:37:50 by [[MS.SHINWON CHAN]]
edit @ 14 Jul 2009 22:53:02 by [[MS.SHINWON CHAN]]